3/18/2025

10/10/2024

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2567

25671010 น้ำพริกอ่องไก่สับ 

#วันพฤหัสบดีเครื่องจิ้ม 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

9/13/2024

วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ.2567

25670913 ข้าวผัดกุ้ง ต้มข่ากุ้ง (ฤดูฝน) 

#วันศุกร์ข้าวผัด 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

9/11/2024

วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ.2567

25670911 ขนมผักกาด ผิดจุด เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊วตับไก่ 

#วันพุธกินเส้น 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

9/05/2024

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ.2567

25670905 น้ำพริกอ่องไก่ ต้มผักกาดดองปลาช่อนทอด 

#วันพฤหัสบดีน้ำพริก 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

7/05/2024

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2567

25670705 นาซีกอแลง (ข้าวผัดกะปิมลายู) ไข่ต้ม แกงเลียงฝักกุ้งสด 

#วันศุกร์ข้าวผัด 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

7/04/2024

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2567

25670704 น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด ชะอมไข่ แกงจืดกะหล่ำปลีไก่ 

#วันพฤหัสบดีน้ำพริก 
#ชีวิตทหารแก่กับคุณแม่ชรา 

2/10/2024

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2567

25670210 หลังรู้ว่านัง Raven โดนตะปูตอกหลังคาตำเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 27 ม.ค.67 จึงสั่งตะปูอุดยางแล้รอของอาทิตย์กว่า ยางไม่รั่ว พอของมาส่งก็เห็นว่า ตัวอุดบางกว่าตัวตำเล็กน้อย แต่ก็ลองอุดไป ทดสอบด้วยน้ำสบู่เห็นว่ามีซึมเล็กน้อยทิ้งไว้ 1 คืน เช้ามายางยังแข็งอยู่ทดสอบขับขี่ใช้ได้ แต่รู้สึกยางหลังแปลก ๆ ต่ออีก 
#cmx1100 

3/16/2021

กิจกรรม เอาอะไรมาให้พากลับ @สัตหีบ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2564 นักกีฬาทางน้ำต่าง ๆ ได้แก่ นักว่ายน้ำ นักพายบอร์ด นักพายเรือคายัค นักแล่นใบ รวมตัวกันทำกิจกรรม "เอาอะไรมา ให้พากลับ" ณ เกาะหมู อ่าวดงตาล อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

https://youtu.be/2MwOBuL-IzE



ภาพข่าวจากสยามรัฐ 
https://siamrath.co.th/n/227316?fbclid=IwAR08Iypq52LhUGCWpITUcqQ4RPl3Fo9ZIEUqSFpUta42KLbrhqCUhs8HHAQ




ข่าวสัตหีบโพสต์ SATTAHIP NEWS
https://youtu.be/k19fL0F7LEw



รายละเอียดกิจกรรม
https://youtu.be/nVe99lS1qQc


นัยก่าย

 

3/10/2021

ความเป็นเลิศในการกีฬาแล่นใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

จาก หนังสือชีวประวัติ พลเรือเอก ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล ม.ป.ช., ม.ว.ม., ภ.ป.ร.๔, หน้า 101 -105 แจกในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พลเรือเอก ไพบูลย์ นาคสกุล เมื่อ วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส รูปในบทความเพิ่มเติมเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มขึ้น 

ความเป็นเลิศในการกีฬาแล่นใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดย พล.ร.อ. ดร.ไพบูลย์ นาคสกุล

His Majesty King bhumibol's Excellency in Sailing 

By Admiral Dr. Paibul Nacaskul 

--------------------------------------------------------------


Abstract 

The excellency of H.M. the King Bhumibol in the sport of sailing is so in dept beyond comparison, starting from the trial construction of sailing dinghies from international-class vessels till designing and constructing his own boats by His Majesty himself, inclusive of successive developments of design while developing his own skill in sailing to win many races, most renown of which being the winning of Gold Medal for OK Class Sailing in the 4th SEAP Games hosted by Thailand.


บทคัดย่อ

พระอัจฉริยะภาพและพระปรีชาสามารถในกีฬาแล่นเรือใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีความลึกซื้ง ยากจะหาที่เปรียบได้ จากการที่ทรงเริ่มต้นตั้งแต่ทรงทดลองต่อเรือใบ โดยใช้แบบมาตรฐานของต่างประเทศ จนกระทั่งทรงคิดค้นออกแบบและทรงต่อเรือด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง ทั้งยังพัฒนาแบบเรือไปพร้อม ๆ กับทรงพัฒนาการแล่นใบ จนสามารถนำเรือเข้าแข่งขันและทรงชนะเลิศในหลายโอกาส และที่สำคัญทรงชนะเลิศได้เหรียญทองในการแข่งขันเรือใบ ประเภทโอเค ในกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ 

-------------------------------------------------------------

กีฬาแล่นใบเป็นกีฬาที่ผู้แล่นต้องมีและใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ร่วมกันกับความรู้กฏเกณฑ์ของการแล่นใบในน่านน้ำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความบันเทิงใจในการแล่นใบ เพื่อความยุติธรรมในการแล่นใบแข่งขัน เพื่อการพักผ่อนและการออกกำลังกาย และฯลฯ 

ศาสตร์ของการแล่นใบ คือ ความรู้เกี่ยวกับลักษณะของตัวเรือ เสา ใบ กระดูกงู และหางเสือที่มีผลต่อการทรงตัวของเรือขณะแล่นใบไปในทิศทางที่ต้องการท่ามกลางกระแสลม คลื่น และกระแสน้ำ ที่จะพัดไปไหลมาในทิศทางที่แปรปรวนตามธรรมชาติ ณ ช่วงเวลานั้นๆ 

ศิลป์ของการแล่นใบ คือ การประมวลเ้อาความรู้ในศาสตร์ของเรือและศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ลักษณะอุตุนิม เพื่อนำมาใช้ในการแต่งเรือลแะการบังคับเรือให้เหมาะกับสภาพท้องทะเล การตัดสินใจในจังหวะที่จะกลับลำ แล่นสลับทิศกันไปสู่จุดหมาย และ/หรือเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างถูกกฎข้อบังคับที่จะกำหนดไว้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ผู้ทรงเป็นเลิศในพระอัจฉริยภาพด้านเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน ตลอดจนพระปรีชาสามารถด้านการดนตรีและกีฬา พระองค์ทรงเป็นเลิศในทุกสิ่งทุกอย่างที่ทรงสนพระราชหฤทัยและที่จะทรงประพฤติปฏิบัติ ผู้เขียนใคร่จะขอเสนอบทความสั้น ๆ เกี่ยวกับการกีฬาแล่นใบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้ทราบอย่างลึกซึ้งถึงพระปรีชาสามาถส่วนพระองค์ ทรงสามารถสร้างพระเกียติประวัติเป็นที่สรรเสริญกึกก้องไปทั่วโลก เมื่อพระองค์ทรงได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศในการแข่งขันเรือใบแหลมทอง ประเภทโอเค เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเจ้าภาพ เป็นรางวัลเหรียญทองคู่กับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ยังความปลาบปลื้มปิติแก่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าอย่างล้นพ้นหาที่เสมอเหมือนมิได้ 

พระปรีชาสามารถเป็นเลิศของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแล่นใบนี้ มีความลึกซึ้งอย่างที่นักแล่นใบเกือบร้อยทั้งร้อยมิได้หยั่งลงไปถึง แม้ชาวต่างชาติที่เป็นแชมเปี้ยนกันมาแล้วหลายยุคหลายสมัย หรือ นักแล่นใบอาชีพ นักแล่นใบสมัครเล่นในน่านน้ำสากลนับร้อยปีมาแล้ว ก็หาผู้ให้ควาสนใจอย่างลึกซึ้งอย่างพระอง์ค์ได้ยาก พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในการแล่นใบ และการกีฬาแล่นใบถึงขั้นสร้างเรือขึ้นมาทรงใช้ด้วยพระองค์เอง โดยทรงศึกษาค้นคว้าศาสตร์ของการแล่นใบพร้อม ๆ กันไปด้วย ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ซึ่งทรงเล่นเรือใบอยู่ก่อนแล้วเข้ามาร่วมด้วย โดยทรงใช้เรือใบแบบเอ็นเทอร์ไพรส์ และแบบโอคของต่างประเทศมาทรงทดลองต่อกันก่อน ทรงทดลองฝีพระหัติในการต่อเรือ และทรงทดลองแล่นใบเพื่อศึกษาหาความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับศาสตร์ของการแล่นใบ จนกระทั่งในที่สุดทรงได้แบบเรือใบที่ทรงพอพระราชหฤทัย จึงได้ทรงต่อขึ้นมาใหม่ด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เองทั้งหมด เป็นเรือใบเสาเดียวขนาดเล็ก ยาว ๑๑ ฟุต ลำเรือกว้าง ๔ ฟุต ๖ นิ้วครึ่ง เนื้อที่ใบ ๗๒ ตารางฟุต สร้างด้วยไม้อัดชนิดทนน้ำหนา ๔ มิลลิเมตร มีน้ำหนักเบาเพียงประมาณ ๓๕ กิโลกรัม สะดวงแก่การเคลื่อนย้าย มีความว่องไวในการแล่นและกลับลำ ทรงขนานนามว่า เรือมด มีรูปมดเป็นสัญลักษณ์บนใบเรือ มีสมรรถนะเปรียบได้กับเรือมาตรฐานสากล Internatinal MOTH class และทรงตั้งชื่อเรือมดลำแรกนี้ว่า "เวคาน้อย" ซึ่งหม่อเจ้าภีศเดช รัชนี ทรงนำลงแข่งได้เป็นที่ ๑ ใน First Sttahip Regatta เมื่อเดือน มีนาคม พ.ศ.๒๕๐๙ 

ผลงานฝีพระหัตถ์ในด้านการออกแบบและต่อเรือ และพระปรีชาสามารถในการแล่นใบมีมากสุดพรรณนาได้ในรายละเอียด หากจะกล่าวเฉพาะที่สำคัญ ๆ ซึ่งชาวไทยควรจะจดจำไว้ ก็มีดังต่อไปนี้ 

เรือใบ Enterprise ชื่อ ราชปะแทน หมายเลขใบ E11111
เรือใบ Enterprise ชื่อ ราชปะแทน หมายเลขใบ E11111

วันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๗ ทรงเริ่มต่อเรือใบประเภท ENTERPRISE จากแบบของต่างประเทศ ทรงใช้ชื่อเรือเอ็นเทอร์ไพรส์ลำแรกของพระองค์ท่านว่า "ราชปะแตน" ทรงใช้ใบหมายเลข E11111 และทรงนำเข้าแข่งขันแล่นใบครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ ในวโรกาสเสด็จประพาสเมืองไทยของเจ้าชายฟิลิปส์ ดยุ๊คแห่งเอดินเบอระ ผู้ทรงโปรดแล่นเรือใบเป็นปกติอยู่แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต้อนรับ และรับสั่งให้มีการแข่งขันเรือใบเป็นการส่วนพระองค์ จากหาดพัทยา หน้าสโมสรราชวรุณ ไปยังเกาะล้าน นับเป็นการแข่งขันเรือใบครั้งแรกขจองพระองค์ ด้วยเรือใบลำแรกที่ทรงต่อเสร็จใหม่ ๆ เป็นการทรงแข่งและทดลองเรือระยะไกลพร้อม ๆ กันไป แต่ "ด้วยการถือท้ายด้วยความรู้สึกที่ทรงมีโดยธรรมชาติของพระองค์เอง" จึงเสด็จเข้าเส้นชัยเป็นที่ ๑ ในจำนวน ๓๔ ลำที่ลงแข่ง นับเป็นการแสดงพระปรีชาสามารถในการกีฬาแล่นใบให้เห็นกันเป็นครั้งแรก 


เรือใบ OK ชื่อ นวฤกษ์

วันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๐๘ ทรงเริ่มต่อเรือใบประเภท International OK Dinghy Class จากแบบของต่างประเทศ ทรงใช้ชื่อเรือโอเคลำแรกของพระองค์ว่า "นวฤกษ์" ตามด้วยลำที่สองชื่อ "เวคา" (Vega) ซึ่งพระบาทสมเด็นพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้แล่นใบข้ามอ่าวไทย เป็นครั้งแรก ระยะทาง ๖๐ ไมล์ทะเล หรือ ๑๑๑ กิโลเมตร โดยประมาณ จากหน้าพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๙ เวลา ๐๔.๒๘ นาฬิกา ทรงใช้เวลาแล่นใบฝ่าคลื่นลม ๑๗ ชั่วโมงเต็ม และได้ทรงนำธง "ราชนาวิกโยธิน" ซึ่งทรงนำข้ามอ่าวมาด้วย ปักลงเหนือก้อนหินใหญ่ ณ ชายหาด กลางอ่าวเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในขณะที่วงดนตรีบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ "มาร์ชนาวิกโยธิน" เป็นการแล่นใบข้ามอ่าวครั้งแรกของนักแล่นใบไทยที่น่าจดนำไว้ โดยเฉพาะในหน้าต่างประวัติศาสตร์ของกรมนาวิกโยธิน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหางเสือเรือพระที่นั่ง "เวคา" ให้เป็นรางวัลนิรันดรแก่ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทยประจำปีของสามาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 

วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙ ทรงเริ่มต่อเรือใบประเภทมด ด้วยแบบและฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง พระราชทานชื่อว่า "เวคาน้อย" ซึ่งหม่อเจ้าภีศเดศ รัชนี ทรงนำลงแข่งได้เป็นที่ ๑  ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ในเดือนตุลาคมปีเดียวกันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต่อเรือใบมดขนาดจิ๋วยาว ๖ ฟุต ๙ นิ้ว ลำตัวเรือกว้างเพียง ๓ ฟุต ๒ นิ้วครึ่ง ทรงขนานนามว่าเป็นเรือใบประเภทไมโครมด เรือลำนี้สามารถชนะเรือมูซาชิโต้ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพีรพงศ์ ภาณุเดชในรอบแรกของการแข่งขันประลองฝีมือ 

พระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อกองทัพเรือที่จะเว้นมิกล่าวถึงมิได้ คือ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงจดทะเบียนเรือใบประเภทมดนี้ ที่ประเทศอังกฤษ ในประเภท "International MOTH Class" แล้ว พระองค์ทรงมีพระกรุราธิคุณและทรวงวางพระราชหฤทัยให้กรมอู่ทหารเรือต่อเรือใบประเภทมดได้ตามแบบของพระองค์ เพื่อใช้ในการกีฬาและการแข่งขัแล่นใบในโอกาสต่าง ๆ และได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สโมสรกรมอู่ทหารเรือ ซึ่งมิใช่เป็นส่วนราชการ ต่อเรือใบประเภทมดได้ตามแบบที่พระองค์พระราชทานให้ โดยมีพระราชประสงค์ มิให้ใช้เวลาราชการ และให้สามารถนำออกจำหน่ายแก่มวลชนในราคาถูกได้ เพื่อเผยแพร่กิจการแล่นใบให้กว้างขวางยิ่งขึ้น สโมสรกรมอู่ทหารเรือจึงได้ดำเนินการตามพระราชดำริตั้งแต่วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๑๐ เป็นต้นมา ปรากฎว่ามีการสั่งจอเรือมดในระหว่างการแสดงการต่อเรือใบประเภทมดในงานกาชาติประจำปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ณ บริเวณสวนอัมพร ถึง ๖๔ ลำ 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงหยุดยั้งแนวพระราชดำริอยู่เพียงนั้น ทรงดัดแปลงแบบเรือมด ทรงแก้ไขจุดบกพร่องทีละน้อยอยู่หลายรุ่น จนกระทั่งเดือน มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๐ จึงทรงได้แบบเรือซูเปอร์มดรุ่น AX7 ด้วยการดัดแปลงหัวเรือให้เป็นรูปตัว V ลึกมากขึ้น ท้ายเรือกว้างขึ้น เพิ่มความกว้างลำตัวเรืออีกเล็กน้อย เรือลำนี้ ลงแข่งได้เป็นที่ ๑ ใน Sattahip Regatta เมื่อ ๑๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๐ 

เรือซูเปอร์มด AX7 รุ่นที่ทรงพัฒนาและสร้างขึ้น เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นเรือต้นแบบ "SEAP Super Mod" สำหรับสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยใช้เป็นเรือแข่งประเภทซูเปอร์มดในกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๙-๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ 

ในการแข่งขันอันยิ่งใหญ่ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทืรงนำเรือโอเค ชื่อ เวคา 2 หมายเลขใบ TH27 และสมเด็จพระนางเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒสาพรรณวดี ทรงนำเรือโอเค ชื่อ เวลา 1 หมายเลข TH18 ลงแข่งขันแล่นใบหน้าอ่าวพัทยา ท่ามกลางการเฝ้าชมของประชาชนชาวไทยประมาณหมื่นคน กระจายไปตามชายหาดพัทยา ตลอด ๓ วันของการแข่งขันรวม ๖ เที่ยว ซึ่งจะมีการตัดสินจาก ๕ เที่ยวที่มีคะแนนเสียน้อยที่สุด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงชนะที่ ๑ ในเที่ยวการแข่งขันรอบที่ ๒ , ๔ และ ๖ ทรงชนะที่ ๒ ในรอบที่ ๑ และ ๓ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ทรงชนะที่ ๑ ในรอบที่ ๑ , ๓ และ ๕ ทรงชนะที่ ๒ ในรอบที่ ๒ และ ๖ ทั้งสองพระองค์มีคะแนนเสียเพียง ๖ คะแนนเท่ากัน จึงทรงได้รับรางวัลเหรียบทองประเภทเรือใบโอเคคู่กันทั้งสองพระองค์ โดยมีราชาลิ บิน ลาซิ จากมาเลเซีย คะแนนเสีย ๓๒.๔ คะแนน ได้รับเหรียญเงิน และยันขิ่น จากพม่า คะแนนเสีย ๓๕.๔ คะแนน ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง 

ชัยชนะของสองพระองค์ครั้งนี้เป็นที่ปลาบปลื้มปิติยินดียิ่งของทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ภาพสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นรางวัลชนะเลิศคู่กับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ณ สนามศุภชลาศัย ในวันปิดการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ประเทศไทยจึงได้ถือเอาวันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นวัน "กีฬาแห่งชาติ" 

เมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ คระกรรมการโอลิมปิกสากล ในการประชุมใหญ่ครั้งที่ ๙๒ ณ เมืองอิสตันบุล ประเทศตุรกี ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ และขอพระราชทานทูลเกล้าฯ ถวายเหรียบทองดุษฎีกิตติมศักดิ์ของโอลิมปิก คือ "อิสริยาภรณ์โอลิมปิกชั้นสูงสุด (ทอง)" นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกในโลกที่ทรงได้รับเกียรติยศดังกชล่าว โดยมีพิธีทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต 

ในการเตรียมพระองค์เพื่อทรงเข้าแข่งขันในกีฬาแหลมทองครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฝึกซ้อมอย่างหนัก นับตั้งแต่ทรงเข้าร่วมการคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาติร่วมกับนักกีฬาทั่วไปเป็นต้นมา แต่ในขณะเดียวกันนั้น พระองค์ก็ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาออกแบบเรือใอบู่อย่างจริงจัง ดังปรากฎว่า ในระหว่างการฝึกซ้อมแข่งเรือใบอย่างหนัก ก่อนทรงเข้าแข่งขันกีฬาแหลมทอง เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๐ เพียง ๒๒ วันเท่านั้น ยังทรงขะมักเขม้นอยู่กับการต่อเรือลำใหม่อีกลำหนึ่ง โดยทรงเริ่มงานตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เวลา ๑๑.๐๐ และทรงนำเรือลงน้ำได้ใในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เวลา ๑๐.๔๕ น. เป็นเรือใบขนาดใหญ่กว่าเรือซูเปอร์มด และใกล้เคียงกับเรือโอเคเพื่อให้ใช้อุปกรณ์เสาและใบของเรือโอเคได้ ทรงขนานนามเรือนี้ว่า "โม้ก" (Moke) จากการผสมตัวอักษร M ของคำว่า MOD กับ OKE จากคำว่า OK ตามแบบพระอารมณ์ขันของพระองค์ท่าน นับเป็นเรือใบลำสุดท้ายที่พระองค์ทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นมาด้วยฝีพระหัตถ์ของพระองค์เอง ภายในเวลาอันรวดเร็วเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในทุกๆ ด้านแก่กองทัพเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการกีฬาเรือบและการต่อเรือใบประเภทหมด ไมโครมด และซูเปอร์มด รวมไปถึงการต่อเรือประเภทโอเค ซึ่งกองทัพเรือได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระยาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อทรงแจกจ่ายแก่ข้าราชบริพารในหมดเรือใบหลวงจิตรลดา เพื่อใช้ในการแข่งขันเรือใบประเพณี จิตรลดา-ราชนาวี หน้าพระราชวังไกลกังวล หัวหิน โดยมีการผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในช่วงระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จ"แปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชวังไกลกังวล ทุกๆ ปี เริ่มแต่เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันหลายครั้ง 

สิ่งที่ผู้เขีัยนประทับใจมากครั้งหนึ่งในชีวิต คือ ในการแข่งแข่งขันเรือใบประเพณีจิตรลดา-ราชนาวี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๓ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำเรือผ่านเส้นสตาร์ทเป็นลำแรก แต่เป็นการออกก่อนเวลา จึงต้องนำเรือไปนอกสนามเพื่ออ้อมทุ่นกลับมาสตาร์ทใหม่ตามกฎการแข่งขันของ IYRU ปี ค.ศ. ๑๙๘๕-๑๙๘๘ เป็นเหตุให้พระองค์นำเรือผ่านเส้นสตาร์ท ตกลงมาเป็นอันด้บที่ ๒๓ หากมิใช่ด้วยพระปรีชาสามารถในการแล่นใบสู้คลื่นลมแรงแล้ว ก็คงมิสามารถเข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่ ๕ หลังอันดับที่ ๑ เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ในช่วงเวลาการแข่งขันประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง 

ผู้เขียนเข้าเส้นชัยหลังพระองค์เพียง ๑๗ วินาที พระองค์ท่านทรงรออยู่ที่ชายหาด และรับสั่งว่า "จูนวิทยุเก่ง แต่จูนเรือใบสู้เราไม่ได้!" ทูลตอบไปว่า "เป็นเพราะพระบารมีพระพุทธเจ้าข้า!" รู้สึกว่าพระองค์ท่านไม่โปรดคำตอบเช่นนี้นัก ยังโกรธตัวเองไม่หายที่ไม่ทูลตอบพระองค์ท่านว่า "พระพุทธเจ้าข้า ขอรับ!" 

ในระยะหลัง ทีมราชนาวีใช้นักกีฬาเฉพาะนายทหารชั้นยศพลเรือตรีขึ้นไป ทั้งที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว และที่ยังอยู่ในราชการกองทัพเรือ ต่อมา สามาชิกอาวุโสของทั้งสองทีมก็ร่วงโรยกันไปตามวัย จนในปี พ.ศ. ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้แล่นใบตามสเด็จเป็นที่เบิกบานพระราชหฤทัยเท่านั้น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการแข่งขันเรือใบประเพณีฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิได้ทรงลงแข่งด้วย หลังจากปีนั้นเป็นต้นมา จึงมิได้มีการแข่งขันประเพณีดังเช่นเคย คงมีแต่การประลองฝีมือกันระหว่าง สมาชิกสโมสรหมวดเรือใบหลวงจิตรลดา และสามาชิกราชนาวีสโมสร เพื่อความสามัคคีสมานฉันท์เป็นครั้งคราวตามแต่จะนัดหมายกันเอง 

ผู้เขียนขอจบบทความนี้ด้วยพระราชดำรัสที่ขอน้อมเกล้าฯ อัญเชิญมาดังนี้ 

"กีฬามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตของแต่ละคนและชีวิตของบ้านเมือง" 

พระราชดำรัสนี้แสดงให้เห็นถึงพระราชวินิจฉัยในการส่งเสริมการกีฬาว่า เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาบุคคลและประเทศชาติ

ขอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจงทรงพระเจริญ มีพระชนมายุยั่งยืนนาน ขอทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์สถิตเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทย ขอพระบรมีแผ่ไพศาลคุ้มเกล้าพสกนิกรชาวไทยตลอดไป 


เอกสารอ้างอิง

1. อัครศิลปิน : หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดทำดดย ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. ๒๕๓๐ : "หัตถกรรม" หน้า ๑๓๒-๑๕๓.

2. ในหลวงกับงานช่าง : จัดทำโดย คณะวิศวกรรมศาสตร์และสมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี พ.ศ. ๒๕๐ : "ในหลวงกับเรือใบมด" หน้า ๒๑๕-๒๒๒. 

3.จอมทัพไทยกับราชนาวี : กองทัพเรือจัดพิมพ์เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเฉลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ๙ มิถุนายน ๒๕๓๙ : หน้า ๒๕๖-๒๘๕.

4. ศูนย์สมุทรกีฬา : หนังสือที่ระลึกเนื่องในพิธีเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด "ศูนย์สมุทรกีฬา" ณ ถนนเลียบชายหาด กองเรือยุทธการ สัตหีบ ชลบุรี ในวันศุกร์ที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ จัดทำโดยสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ : หน้า ๑๔-๔๓.

5. KING BHUMIBOL : Strength of the Land : จัดพิมพ์โดยสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีในสำนักนายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ : หน้า ๘๗-๙๘.












2/15/2021

YRAT จัดการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2564

 


ระหว่าง 1 - 5 พ.ค.64 สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย (YRAT) ประกาศจัดการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์ประเทศไทย ณ บริเวณอ่าวสัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมีการแข่งขันเรือใบ และ Kite Boardingประเภทต่าง ๆ ดังนี้  

- เรือใบ Keel Boat 

- เรือใบ 420 , 470 , F17 , Nacra 15 , Hobie 16 , 29er , 49er 49Fx , Laser Standard , Laser Radial , Laser 4.7 , Ok Dinghy , Super Mod , Open Skiff , Optimist 

- Kite Boarding 


ผู้สนใจสมัครเข้าแข่งขัน ส่งใบสมัครก่อน 1 พ.ค.2564 ณ 


สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ 

1040 อาคารสมุทรกีฬา 

ถ.เลียบชายทะเล 

อ.สัตหีบ 

ชลบุรี 20180 


โทร. +6638438594

แฟกซ์ +6638438594 


โดยจะประกาศ Sailing Instruction (SI) ที่บอร์ดประกาศ 


รายละเอียดตามประกาศสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ ที่แนบ













11/23/2020

34th Phuket king's cup news

 34th Phuket king's cup news
https://www.kingscup.com/news/read/265


34th Phuket King’s Cup Regatta

23.11.2020


The Organizing Committee of the Phuket King’s Cup Regatta is regrettably informing sailors that based on the current uncertainty regarding international travel, quarantine requirements, host hotel temporary closure and increased infections of COVOD-19 worldwide, that the 34th Phuket King’s Cup Regatta will be postponed until 2021.


This decision was based on the view that thehealth and safety of our sailors is a top priority. Additionally, the PKCR has traditionally been an international event which at present is not possible. In today’s environment, with quarantine restrictions and too many uncertainties hosting the event was not possible.


We hope to host a scaled down 34th Phuket King’s Cup Regatta in the first quarter of 2021 and the 35th PKCR between December 4th to 12th 2021.


We would like to thank our Royal Patron His Majesty the King of Thailand, previous participants and sponsors for continuing to support the PKCR. We appreciate all the time and effort that has gone into preparing for participation in the event and racing in the Regatta.


The Royal Varuna Yacht Club, the Yacht Racing Association of Thailand and the PKCR Organizing Committee remain committed to hosting a limited 34th Regatta soon and the 35th in December 2021.


Looking forward to seeing you in Phuket in 2021.

10/31/2020

ลมประจำถิ่น

ลมประจำถิ่น (Local wind) 


What are local winds?
These are winds that occur and are regularly observed in a certain place due to certain local characteristics (usually the terrain).
What is the difference between a local wind and 'just wind'?
The main features of a local wind are its regularity and the limited area where it is observed.

Trade winds, for example, are observed regularly, but in a huge area, so they are not 'local'. 'Just wind', the direction of which is reported to us every day in weather forecasts, lacks regularity and can change its direction every day.

The most common example of a local wind are breezes that we've written about. During the day they blow from the sea, and at night, on the contrary, towards the sea. This happens regularly, plus they occur in a limited area, on the coast - so these are local winds.

Today we will only discuss coastal local winds, and in the following letters we will talk about other winds!
Coastal local winds
Breeze.

Breezes occur when there's a land and water boundary (e.g., the sea).

During the day, the land heats up faster than the sea. The air above warms up too, becomes light and rushes up. Cooler air from the sea immediately replaces it, heading towards the land.

In other words, during the day, the breeze blows from the sea to the land. The night breeze blows in the opposite direction, as the sea stays warm while the land cools down quickly at night.

The breeze is a weak (1-5 m/s) and slightly cool wind. Any coast is suitable for it.


Mistral

But local winds can also be very strong, with suitable conditions only in a particular part of the coast.

For example, the mistral. It can be very destructive and only occurs on the Mediterranean coast of France. Winds such as the mistral occur in other places too, but there they are called differently (bora, nord).



(
The territory and water area where the mistral can be observed, and the main wind directions) 

It is a cold and very strong wind. Its speed often exceeds 66 km/h (41 miles per hour). The mistral is responsible for an unimaginable number of broken masts and yachtsmen's failed plans... Besides, in spring and summer the mistral comes to the region very dry and causes significant damage to agriculture.

Sometimes it lasts only one or two days, often several days in a row, but it can last even more than a week. In Marseille, in southern France, the mistral is observed most often - 175 days a year! It is the local characteristics of the region that make the wind strong and destructive. How does the mistral appear? We will answer this question in detail in the next letter!


(
A tree curved towards the sea by the mistral) 

On the shores of the Mediterranean Sea alone there are more than a dozen different local winds, both warm and cold. But not only yachtsmen, sailors or coastal residents face them. This topic is also relevant for those who come to the mountains - winds there also have their distinctive features. And of course, we will tell you about these local winds too.

Local winds are hard to predict, but some high-resolution models, like the AROME, sometimes can. See the local winds forecast in Windy.app.


7 พ.ย.63 แข่งขัน SUP ที่ อิมแพค เลคฟร้อนท์ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

 7 พ.ย.63 มี กิจกรรม และ การแข่งขันกีฬา SUP ที่ ทะเลสาบ อิมแพค เลคฟร้อนท์ ใน เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ครั้งแรก ของ สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย 


โดย กีฬาพาย SUP ระดับโลก มี สหพันธ์กีฬาโต้คลื่นนานาชาติ และ สหพันธ์เรือแคนูนานาชาติ ในประเทศไทย มี สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทยก็มีหน้าที่ ประสานงาน และพัฒนากีฬา SUP อยู่ครับ 

https://www.siamsport.co.th/other/other/view/209744?fbclid=IwAR1WMqoOrnf99vIZyd-CpHaWZjuA7kfj7S7WlAVHM64N_gBZ51ymKxmmlgA

นัยก่าย

เรา เรือ และลม : จาก ทุ่งแสงตะวัน

เรา เรือ และลม : จาก ทุ่งแสงตะวัน 31 ต.ค.63 (ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์) 


https://youtu.be/9ivOFSWoKpY

10/26/2020

YRAT จะเปิดอบรมการแล่นใบ ใน พ.ย.63 และ ธ.ค.63

 YRAT จะเปิดอบรมการแล่นใบ ใน พ.ย.63 และ ธ.ค.63



YRAT (สมาคมกีฬาแข่งเรือใบฯ) เปิดอบรมการแล่นใบ 2 หลักสูตร ณ สมาคมฯ อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี คือ 

1. การแล่นใบเบื้องต้น (Beginner) 

+ เยาวชน Optimist ระหว่าง 14 - 28 พ.ย.63 จำนวน 70 คน 

+ เยาวชน Laser 4.7 ระหว่าง 21 - 28 พ.ย.63 จำนวน 20 คน

2. การแล่นใบชั้นสูง (Advanced) ต้องผ่านหลักสูตรเบื้องต้น ระหว่าง 5 - 12 ธ.ค.63

- เยาวชน Optimist จำนวน 30 คน 

- เยาวชน Laser 4.7 จำนวน 10 คน  - บุคคลทั่วไป จำนวน 10 คน 


รายละเอียดตามประกาศสมาคมกีฬาแข่งเรือใบ ฯ 








10/09/2020

9/26/2020

การแข่งขันเรือใบ รายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2563 วันที่ 2

 


การแข่งขันเรือใบ รายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2563 วันที่ 2

Cr. https://www.facebook.com/yootthasate

ซูเปอร์มด ... เรือใบของพ่อ  ร่วมเข้าแข่งขัน ในกีฬาเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย

      วันนี้ (26 กันยายน 2563) ซึ่งเป็นวันที่สองของการแข่งขันเรือใบรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2563 (Thailand Sailing Championship 2020)  ที่ สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กองทัพเรือ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้จัดให้มีขึ้น โดยในปีนี้ทำการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 27 กันยายน 2563 บริเวณอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยในวันนี้ สภาพอากาศค่อนข้างเป็นใจกับการแข่งขัน  ท้องฟ้าโปร่ง คลื่นลมปานกลาง  มีเรือจำนวน 271 ลำ และ นักแล่นใบ 299 คนจาก 14 ประเภท  เข้าร่วมการแข่งขัน  ประกอบด้วย เรือใบประเภท Optimist, Laser 4.7, Laser radial, Laser st., Open skiff, 420, 470, 49er FX, Phatu, Nacra 15 OK, F18, Hobie 16 และ Kite surf   นอกจากนั้นยังมีเรือใบประเภทซูเปอร์มดเข้าร่วมทำการแข่งขัน ในวันนี้เป็นวันแรก โดยในส่วนของเรือใบซูเปอร์มด เป็นเรือใบที่   พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงออกแบบและจดลิขสิทธิ์  ที่ประเทศอังกฤษ เป็น ประเภท International Moth Class 

         พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงโปรดกีฬาเรือใบ และทรงมีพระปรีชาสามารถในการแล่นใบ  รวมทั้งมีพระอัจฉริยภาพในการต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง ซึ่งเรือใบฝีพระหัตถ์ลำแรกที่ทรงต่อเป็นเรือ ประเภทเอ็นเตอร์ไพรส์  พระราชทานชื่อเรือว่า  “ราชประแตน” ทรงต่อเรือใบโอเคลำแรกชื่อ “นวฤกษ์” ทรงจัดตั้งสโมสรเรือใบส่วนพระองค์ขึ้น คือ หมวดเรือใบหลวงจิตรลดา ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย และสโมสรเรือราชวรุณที่เมืองพัทยา 

        ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2509  หรือเมื่อ  48 ปีที่แล้ว  นับเป็นเหตุการณ์ที่ยังประทับอยู่ในความทรงจำของทหารเรือทุกนาย ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ทรงเรือใบประเภทโอเค ชื่อ เวคา ที่ทรงต่อด้วยพระองค์เอง  จากหน้าวังไกลกังวล ข้ามอ่าวไทยไปยังอ่าวสัตหีบ  ซึ่งมีระยะทางประมาณ 60 ไมล์ทะเล ด้วยพระองค์เองเพียงพระองค์เดียว  ทรงใช้เวลาในการแล่นใบถึง 17 ชั่วโมงเต็ม  ทรงนำธงราชนาวิกโยธิน ที่ทรงนำข้ามอ่าวไทยมาด้วย    ปักเหนือของก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวนาวิกโยธิน   ในขณะที่วงดนตรีบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชราชนาวิกโยธิน  และหลังจากทรงปักธงราชนาวิกโยธินแล้ว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก และหลังจากนั้น  ในปีเดียวกัน ได้พระราชทานหางเสือเรือพระที่นั่ง เวคา ที่ทรงแล่นใบข้ามอ่าวไทย เพื่อเป็นรางวัลนิรันดร แก่ผู้ชนะเลิศในการแข่งขันเรือใบข้ามอ่าวไทย ประจำปี ของสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จนถึงปัจจุบัน (ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นการแข่งขันเรือใบทางไกล  ในรายการสัตหีบรีกัตต้า)  

        ถัดมาในปี พ.ศ.2510  เมื่อ  วันที่ 16 ธันวาคม  พระอัจฉริยภาพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในกีฬาเรือใบ  ได้เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่ปวงชนชาวไทยก็คือ  ในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4      ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี   ได้เสด็จขึ้นบนแท่นรับเหรียญรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันเรือใบประเภทโอเค       ซึ่งชัยชนะครั้งนั้น  ได้แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการทรงเรือใบให้เป็นที่ประจักษ์ เนื่องจากทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกและพระองค์เดียวในทวีปเอเชียที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเรือใบนานาชาติจนเป็นที่ยอมรับและจารึกในประวัติศาสตร์วงการกีฬาระดับโลก  

 เมื่อเวลาที่ทรงว่างเว้นจากพระราชภารกิจ พระองค์จะเสด็จฯ ไปทรงเรือใบร่วมกับข้าราชบริพารและนายทหารเรือเสมอ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการแข่งขันเรือใบเป็นประจำ ระหว่างทีมสโมสรจิตรดา และทีมราชนาวี โดยทั้งสองทีมจะผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพในทุก ๆ ปี โดยจะจัดการแข่งขันในห้วงระยะเวลาที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์    เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล  และทรงเป็นผู้ชนะเลิศในการแข่งขันหลายครั้ง

     ในส่วนของเรือมด หรือ เรือใบมด ที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ทรงออกแบบและทรงต่อขึ้นมาด้วยพระองค์เอง  และพระราชทานชื่อ เรือใบมดแปลงมาจากเรือใบ "ม็อธ" ซึ่งที่มาของชื่อทรงมีรับสั่งว่า "ที่ชื่อมดนั้น เพราะมันกัดเจ็บ ๆ คัน ๆ ดี" ต่อมาทรงพัฒนาเรือแบบต่อๆมาอีกโดยได้พระราชทาน ชื่อว่าเรือใบซูเปอร์มด และเรือใบไมโครมด  เรือใบมด มีความยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 11 นิ้ว เนื้อที่ใบเรือ 72 ตารางฟุต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร  มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเรือใบมด เข้าทดลองแข่งขันที่ประเทศอังกฤษและได้อันดับที่หนึ่งในบรรดาเรือขนาดเดียวกัน

       ส่วน เรือใบซูเปอร์มดนั้น เป็นเรือใบขนาดเล็กที่ทรงออกแบบมาให้เหมาะกับคนไทย ตัวเรือยาว 11 ฟุต กว้าง 4 ฟุต 11 นิ้ว เสาเดี่ยว เนื้อที่ใบ 72 ตารางฟุต ท้องแบนน้ำหนักเบาประมาณ 34 กิโลกรัม ซุปเปอร์มดเคยเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 13 เมื่อปี พ.ศ. 2541

       ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลและปิดการแข่งขันกีฬาแข่งเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2563 กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2553 เวลา 16.00 น. บริเวณ ศูนย์สมุทรกีฬา หน้าอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

        นอกจากนั้น ในเวลา 17.25 น. กองทัพเรือโดยกองเรือยุทธการ ได้กำหนดจัดพิธีเปิดอุทยานประวัติศาสตร์ เรือของพ่อ " เรือ ต.91" บริเวณชายหาด หน้าอ่าวดงตาล กองเรือยุทธการ โดยมีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย การแสดงบินหมู่สีควันธงชาติโดยพารามอเตอร์  การแสดงดนตรีแจ๊สบทเพลงพระราชนิพนธ์จาก วงดนตรีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล การแสดงพลุจำนวน 91 นัด นอกจากนั้น เรือใบที่เข้าร่วมการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์ระดับประเทศไทย ประเภทต่างๆ รวมถึงเรือใบประเภทซูเปอร์มด รวม 91 ลำ จะได้ร่วมแล่นใบหน้าอ่าวดงตาลเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อ กองทัพเรือ และ กีฬาเรือใบ

              ฝ่ายประชาสัมพันธ์      สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ผลการแข่งขันเรือใบรายการ ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2020 วันแรก

 


ผลการแข่งขันเรือใบรายการ ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย 2020 วันแรก
Cr. https://www.facebook.com/yootthasate

เปิดฉากแล้วสำหรับการแข่งขันเรือใบชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยประจำปี 2563 (Thailand Sailing Championship 2020) ซึ่งสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กองทัพเรือ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม  จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้จัดให้มีขึ้น โดยในปีนี้ทำการแข่งขันขึ้นระหว่างวันที่ 25 - 27 กันยายน 2563 บริเวณอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยในวันนี้ซึ่งเป็นการแข่งขันในวันแรก มีนักแล่นใบเข้าร่วมการแข่งขันกันอย่างหนาตา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้องฟ้าโปร่ง คลื่นลมปานกลาง  มีเรือเข้าแข่งขันจำนวน 271 ลำ นักแล่นใบ 299 คนจาก 14 ประเภท  เข้าร่วมการแข่งขัน  ประกอบด้วย เรือใบประเภท Optimist, Laser 4.7, Laser radial, Laser st., Open skiff, 420, 470, 49er FX, Phatu, Nacra 15 OK, F18, Hobie 16 และ Kite surf
   สำหรับผลการแข่งขันที่น่าสนใจในวันนี้ มีดังนี้
        -ประเภท Optimist ที่ 1  หม่อมหลวง เวคา ภาณุพันธ์   ที่ 2   ด.ช. กัณฑ์ คชาชื่น
       - ประเภท Laser radial  ที่ 1 น.ส. กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม ที่ 2 น.ส.ชนกชนม์ หวังสุข  
       - ประเภม Laser st. ที่ 1 จ่าโท กีระติ  บัวลง  ที่ 2  นาย อาทิตย์ โรมานิค
       - ประเภท 420 ที่ 1  น.ส.ปาลิกา  พูนพัฒน์ (นายเรือ) และ นายจักรภัทร  วิริยะกิตติ (ลูกเรือ)   ที่ 2  นายจิตพัทธ์ พรหมจันดา (นายเรือ) และ นายกันตพงษ์ พุ่มเล้ง (ลูกเรือ)    ที่ 3  นายธนวัลต์  เอี่ยมมี (นายเรือ)  นายณัฐพล  ยวงงาม (ลูกเรือ) 
        - ประเภท 470  ที่ 1 จ่าตรี นาวี  ธรรมสุนทร  (นายเรือ) นางสาวนริสรา  สัตตะ (ลูกเรือ)    ที่ 2  นางสาวชาลิสา  กฤตนัย (นายเรือ) และ นายวิมุติ  กลิ่นสุคนธชาติ (ลูกเรือ)    
       - ประเภท Phatu     ที่ 1 เป็นเรือ  จาก สมาคมกีฬาแข่งเรือแห่งประเทศไทย ฯ   ที่ 2 จากโอเชี่ยนมารีน่ายอร์ชคลับ  จาก      ที่ 3   Pine  Pacific
        ทั้งนี้ การแข่งขันเรือใบรายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยในปีนี้ กำหนดจัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 25 ถึง 27 กันยายน 2563 บริเวณอ่าวดงตาล อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยในส่วนของพิธีมอบรางวัลและปิดการแข่งขันกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2553 เวลา 16.00 น. โดยมี พลเรือเอก นริส  ประทุมสุวรรณ  นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ฯ เป็นประธานในพิธี